เผลอแป๊บเดียวก็ปามา 6 วัน แล้ว เสร็จจากเวนิซก็เหลือมิลานเป็นเมืองสุดท้าย ซึ่งเราจะเดินทางกลับกรุงเทพจากที่นั่นในวันพรุ่งนี้
 
 
จองตั๋วรถไฟไว้ประมาณ 9 โมง ยังมีเวลาจิบกาแฟเป็นอาหารเช้าหน้าสถานีซานตา ลูเซีย
 
ระยะทางจากเวนิซไปมิลานก็พอๆ กับการเดินทางข้ามเมืองใหญ่ๆ ที่ผ่านมา คือใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ครึ่ง
 
 
มิลานเป็นเมืองศูนย์กลางแฟชั่นและเศรษฐกิจ บรรยากาศจะออกไปทางสมัยใหม่ ไม่ค่อยมีเค้าโครงของอารยธรรมเก่าๆ ให้เห็นมากนัก (ปล. เที่ยวมา 6 วัน เพิ่งจะเห็นตึกระฟ้าครั้งแรกนี่แหละ)
 
จากสถานี Milano Centrale เดินประมาณ 5 นาที ก็ถึง Hotel Demo ที่ผมจองไว้
 
 
การเดินทางที่ง่ายและสะดวกที่สุดในมิลานก็ไม่พ้น Metro หรือรถไฟใต้ดินนั่นเอง
 
 
สถานที่ท่องเที่ยวในมิลานมีไม่มากครับ หลักๆ ก็คือมหาวิหารดูโอโมประจำเมืองนั่นแหละ บริเวณรอบๆ มหาวิหารเต็มไปด้วยถนนช็อปปิ้ง ส่วนที่เห็นทางเข้าเหมือนประตูชัยนั่นคือกัลเลเรีย วิตโตริโอ เอมานูเอล ที่2 ห้างซึ่งว่ากันว่าหรูหราที่สุดในอิตาลี
 
 
เป็นมหาวิหารสไตล์โกธิค ขนาดถือว่าใหญ่อันดับต้นๆ ของอิตาลี เป็นรองแค่มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ที่วาติกันเท่านั้น ข้างในมหาวิหารตกแต่งแบบมืดๆ ขรึมๆ แต่เขาห้ามถ่ายรูปอีกเช่นเคย
 
 
แวะกินมื้อเที่ยงหน้ามหาวิหาร ที่ผ่านมาร้านอาหารอร่อยทุกร้านเลย มีมาสอบตกก็ร้านนี้แหละ
 
 
ด้านในกัลเลเรีย วิตโตริโอ เอมานูเอลที่ 2 ครับ เต็มไปด้วยร้านค้าแบรนด์ดังระดับโลกทั้งนั้น คณะยาจกอย่างเราจึงดูแต่ตา มือต้องบ้างแล้วก็...วางคืนที่เดิม... แหะๆ
 
 
จากกัลเลเรียฯ เดินทะลุมาอีกฝั่ง จะพบจัตุรัสเดลล่า สกาล่า ซึ่งนอกจากจะเป็นที่ตั้งของโรงละครลา สกาล่า โรงโอเปร่าชื่อดังของอิตาลีแล้ว กลางจัตุรัสยังมีอนุสาวรีย์เลโอนาโด ดาวินชี อัจฉริยบุคคลชื่อก้องโลกอีกด้วย
 
 
บอกตามตรงว่าพอผ่านเวนิซมาแล้ว บรรยากาศบ้านเมืองในมิลานซึ่งเดิมทีก็ไม่ค่อยมีอะไรอยู่แล้วจึงดูจืดไปถนัดตา พอไม่มีอะไรชวนตื่นเต้น ความเหนื่อยล้าที่สะสมมาเกือบอาทิตย์ก็ออกมาแผลงฤทธิ์กันเต็มที่ เห็นทีต้องเติมความหวานและความสดชื่นให้ร่างกายด้วยขนมและโยเกิร์ตซะหน่อย
 
 
เดินชมถนนช็อปปิ้งก่อนกลับโรงแรม ร้านรวงมากมายจริงๆ อยากได้แบรนด์ไหนมีหมด เป็นสวรรค์สำหรับนักช็อปเลยก็ว่าได้
 
จริงๆ มิลานยังมีโบสถ์ซานตามาเรีย เดลเล กราเซีย ซึ่งมีภาพวาดฝาผนัง The Last Supper ผลงานชื่อกระฉ่อนของเลโอนาโด ดาวินชี ประดับอยู่ แต่ด้วยเหตุที่เขาต้องการถนอมรักษาภาพดังกล่าวไว้ จึงจำกัดคนเข้าชมในแต่ละวัน หากใครสนใจต้องจองล่วงหน้าเป็นเดือนๆ เลยทีเดียว
 
เมื่อเดินกันจนสุดขีดจำกัดของร่างกายแล้ว ก็ได้เวลากลับโรงแรมเพื่อพักผ่อนเตรียมเดินทางกลับในวันรุ่งขึ้น
 
 
วันสุดท้ายไม่มีอะไรมากครับ จริงๆ เที่ยวบินกลับกรุงเทพมีกำหนดออกราวๆ บ่ายโมง หากอยากไปเก็บที่ไหนในช่วงเช้าก็พอได้อยู่ แต่ไม่รู้จะไปไหนแล้วจริงๆ ครับ เลยนอนๆ กินๆ ชิวๆ ที่โรงแรม รอจนสายๆ ค่อยนั่งรถชัตเทิลบัสข้างสถาที Milano Centrale ราคา 10 ยูโร ไปสนามบิน Malpensa เช็คอินให้เรียบร้อย แล้วเดินซื้อของฝากใน Duty Free รอเวลาขึ้นเครื่อง เป็นอันปิดฉากการเที่ยวอิตาลีแต่เพียงเท่านี้...
 
The End...
 

Comment

Comment:

Tweet

นัดมาเรยยย

#2 By neooak on 2013-07-13 21:52

- เฮ้ยๆ ไปไม่บอกไม่กล่าวเลย เกรงใจคนติดงานหน่อยดิ
- แล้วอาหารจีนละ วันไหน confused smile

#1 By pongpol (125.24.225.52) on 2013-07-13 19:46