วันนี้วางแผนเดินทางไปปิซ่าตั้งแต่เช้าและกลับมามาฟลอเรนซ์ในช่วงบ่ายเพื่อนั่งรถไฟต่อไปยังเวนิซ โดยซื้อตั๋วทั้งหมดเตรียมไว้ล่วงหน้าหนึ่งวันเหมือนเดิม
 
ฟลอเรนซ์กับปิซ่าอยู่ไม่ไกลกัน แต่รถไฟที่วิ่งระหว่างเมืองเป็นรถไฟ Intercity ธรรมดา ไม่มีรถไฟความเร็วสูงให้บริการ จึงใช้เวลาเดินทางราวๆ หนึ่งชั่วโมง โดยตั๋วรถไฟธรรมดานี้ไม่จำเป็นต้องจองล่วงหน้า เพราะไม่มีระบุว่าเป็นรถขบวนไหน ที่นั่งอะไร สามารถขึ้นเที่ยวที่พร้อมออกตอนนั้นๆ ได้เลย
 
ปล. ตั๋วประเภทนี้จะต้องทำการ Validated ก่อนขึ้นรถไฟ ไม่งั้นมีสิทธิโดนค่าปรับได้
 
 
โรงแรมไม่รวมอาหารเช้าเลยออกมาหากาแฟกินกับขนมปังที่สถานีรถไฟ ต้องบอกว่ากาแฟที่อิตาลีนี่อร่อยแทบทุกร้านเลยครับ โดยตามสถานีรถไฟก็มักจะมีเจ้าร้าน moka นี่แหละที่พบได้บ่อยที่สุด
 
 
รถไฟสุดสายที่สถานี Pisa Centrale
 
 
การเดินทางจากสถานีไปยังหอเอนอาจนั่งรถหรือเดินชมเมืองไปเรื่อยๆ ก็ได้
 
 
บรรยากาศดูเป็นเมืองเล็กๆ น่ารักดีครับ มีร้านขายของและร้านอาหารเรียงรายตลอดทาง
 
 
จากสถานีเดินตรงลูกเดียวมาเรื่อยๆ จนสุดทาง ก็จะเห็นหอเอนอยู่ทางซ้ายมือลิบๆ
 
 
ถึงแล้ว!!!
 
รอบๆ หอเอนเป็นสนามหญ้าโล่งๆ สีเขียวขจี เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวที่โพสท่าถ่ายรูปกันอย่างสนุกสนาน
 
ข้างบนหอเอนสามารถซื้อตั๋วขึ้นไปชมได้ แต่คิวค่อนข้างยาว และจำกัดคนขึ้นรอบละไม่เกิน 30 คน
 
 
นอกจากหอเอนแล้ว ที่กัมโป เดย์ มีราโกลี นี้ ยังมีหอพิธีเจิมน้ำมนต์ และ มหาวิหารดูโอโมประจำเมืองให้เสียตังค์เข้าไปชมด้วย
 
 
ทั้งฟลอเรนซ์และปิซ่าอยู่ในแคว้นทัสคานี ซึ่งมีไร่องุ่นอยู่มากมาย ดังนั้นจึงต้องขอลิ้มรสไวน์คลอไปกับอาหารมื้อเที่ยงซะหน่อย
 
 
Requiescat in pace...
 
นั่งรถไฟจากปิซ่ามาถึงฟลอเรนซ์ก็ราวๆ บ่ายสอง จองรถไฟไปเวนิซไว้บ่ายสาม นับว่าบริหารเวลาได้เพอร์เฟ็คทีเดียว
 
ระยะทางระหว่างฟลอเรนซ์กับเวนิซพอๆ กับระยะทางจากโรมถึงฟลอเรนซ์ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง ครึ่ง ก็ถึงสถานีรถไฟ Venezia Santa Lucia
 
 
จากหน้าสถานี เลี้ยวซ้ายเดินตรงไปเรื่อยๆ จนเจอกัมโป (จัตุรัสเล็กๆ) ก็ถึง Hotel San Geremia ที่ผมจองไว้
 
ที่พักในเวนิซนี่นับว่าแพงที่สุดในทริปเลยทีเดียว สำหรับคนที่อยากหาที่พักประหยัดหน่อย แนะนำให้จองแถวสถานีรถไฟ Venezia Mestre ซึ่งเป็นสถานีรถไฟสุดท้ายก่อนข้ามมายังฝั่งที่เป็นเกาะ
 
 
แม้จะมาถึงเกือบหกโมงเย็นแล้ว แต่เนื่องจากช่วงฤดูกาลนี้เวลากลางวันค่อนข้างยาวนาน กว่าพระอาทิตย์จะลับขอบฟ้าก็ต้องรอถึงสามทุ่มโน่น เลยมีเวลาให้เดินชิมลางใกล้ๆ ที่พัก ชมความงดงามของเวนิซก่อนตะลุยจริงในวันพรุ่งนี้
 
 
บรรยากาศยามพลบค่ำของเมืองที่ได้ชื่อว่าเป็นราชินีแห่งทะเลอาเดรียติก งดงามจับใจจริงๆ ครับ
 
 
ไม่ว่าจะเดินไปตรงไหนก็น่าถ่ายรูปไปหมด
 
 
เล่นเอาเคลิ้มถึงขนาดต้องจัดไวน์มาหนึ่งขวดเต็มๆ ไว้จิบดื่มด่ำบรรยากาศบนระเบียงห้องพักเชียวล่ะ
 
To Be Continued...
 

Comment

Comment:

Tweet