เคยมีความคิดชั่วร้ายแล่นเข้ามาในหัวจนเผลอตัวทำสิ่งที่ไม่ควรทำลงไปชนิดที่ชาตินี้ไม่ขอให้ใครได้มาล่วงรู้บ้างไหมครับ? ผมเชื่อจริงๆ ว่าน้อยคนนักที่จะไม่เคย ต่อให้เป็นคนดีมีคนนับหน้าถือตาแค่ไหนก็ตาม ลึกๆ แล้วก็น่าจะมีความมืดดำซ่อนอยู่ในใจ มีรอยแผลแห่งความผิดพลาดในอดีตที่ตามหลอกหลอนอยู่ไม่มากก็น้อย เพราะมนุษย์เราหาได้เข้มแข็งขนาดที่จะสามารถก้าวข้ามกิเลสตัณหาของตัวเองได้ทุกครั้งไป ยิ่งในวัยที่วุฒิภาวะยังไม่สุกงอมดีแล้ว ก็ยิ่งตกเป็นทาสของมันได้ง่ายขึ้นเป็นเท่าตัว สำหรับบางคนแล้ว เรื่องบางเรื่องอาจหนักหนาเสียจนไม่จบแค่เพียงเป็นตราบาปที่ฝังในความทรงจำเท่านั้น แต่ยังได้กลายเป็นเบ้าหลอมที่กำหนดตัวตนของเขาไปทั้งชีวิตเลยก็มี
 
ผมว่าการลงโทษทางสังคมนั้นบางทีก็ร้ายกาจยิ่งกว่าโทษทางกฎหมายเสียอีก ในทางกฎหมายนั้นเมื่อคุณทำผิด หากรับโทษแล้วก็คือจบกัน แต่โอกาสในชีวิตหรือที่ยืนในสังคมของคนที่เคยถูกตราหน้าเป็นผู้ร้ายหรือบางรายก็เป็นไอ้โรคจิตนั้นเล่า จะมีสักแค่ไหน หลายคนชอบก่นด่าพวกเดนสังคมว่าน่าจะถูกประหารหรือขังลืมไปให้รู้แล้วรู้รอด เพราะถึงปล่อยออกมาก็ไม่มีวันเปลี่ยนแปลงได้ รังแต่จะทำผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่าเท่านั้น ผมฟังแล้วก็อดสงสัยไม่ได้ว่าที่ว่าเปลี่ยนแปลงไม่ได้นั้นเพราะมันเปลี่ยนกันไม่ได้จริงๆ หรือเราไม่เคยให้โอกาสเขาที่จะเปลี่ยนแปลงกันแน่
 
 
เกริ่นมานาน เข้าประเด็นเลยละกัน เรื่องของเรื่องคือเมื่อเดือนก่อนเพื่อนผมแนะนำการ์ตูนในเนตให้อ่านเรื่องหนึ่งชื่อ Onani Master Kurosawa ซึ่งมีผู้แปลเป็นภาษาไทยไว้อย่างตรงไปตรงมาว่า “คุโรซาว่า ราชานักว่าว” เวลาพูดชื่อนี้ให้คนอื่นฟังทีไร เป็นต้องโดนคำถามกลับมาทุกครั้งว่า “ว่าวนี่ว่าวอะไร?” (จริงๆ คนถามเขาดูหน้าผมก็คงจะรู้ความหมายแล้วล่ะครับ แต่คงจะถามให้แน่ใจเฉยๆ 55+) คำว่า Onani ในภาษาญี่ปุ่นมีความหมายถึง Masturbation หรือแปลเป็นภาษาไทยของพวกผู้-พยายามจะ-ดีว่า “การสำเร็จความใคร่ด้วยตนเอง” นั่นแหละ ซึ่งใครที่มาเห็นเข้าหรือได้ลองอ่านดูแว่บแรกก็คงคิดว่านี่มันการ์ตูนหื่นกามชัดๆ ผมเองด้วยความหื่น เอ๊ย! ความอยากรู้อยากเห็นก็เลยต้องลองอ่านดูซะหน่อย
 
 
คุโรซาว่า ตัวเอกของเรื่องเป็นนักเรียน ม.ต้น ของโรงเรียนแห่งหนึ่ง เขาเป็นคนเงียบๆ เก็บตัว ไม่สุงสิงกับใคร ทุกครั้งที่เห็นเพื่อนร่วมชั้นหรือคนอื่นๆ เฮฮาสังสรรค์กันตามประสา เขาจะแอบหยามเหยียดถึงความจอมปลอมของความสัมพันธ์เหล่านั้น แล้วยิ้มเยาะในใจประหนึ่งว่าตัวเขาเองได้ก้าวข้ามและอยู่เหนือเรื่องไร้สาระพวกนั้นไปแล้ว ประเด็นคือนายคุโรซ่าว่าเนี่ยเขามีกิจวัตรประจำวันอันสุดโต่งอยู่อย่างหนึ่ง คือทุกเย็นหลังเลิกเรียนเขาจะเข้าไปนั่งอ่านหนังสือในห้องสมุด รอจนในอาคารเรียนไม่มีคนอยู่แล้วจึงเข้าไปปฏิบัติการ Onani ในห้องน้ำหญิงโดยเลือกสาวคนไหนสักคนในห้องมาเป็นตัวละครในจินตนาการสุดหฤหรรษ์ประกอบกิจกามดังกล่าว ไม่ว่าสาวเจ้านางนั้นจะทำตัวสูงส่งเพียงใดก็ตาม สุดท้ายก็ไม่พ้นต้องตกเป็นเหยื่อในจินตนาการประกอบกิจกามของเขาโดยทั่วกัน นี่แหละคือความยุติธรรมของคุโรซาว่า!
 
 
เปิดประเด็นมาแบบนี้ชวนให้คิดว่าคนเขียนตั้งใจแต่งให้มันเสื่อมๆ หื่นๆ เรียกเสียงฮาจากผู้อ่าน แต่เมื่ออ่านไปได้ราว 3-4 ตอน เรื่องราวกลับจริงจังขึ้นอย่างผิดหูผิดตา ยิ่งอ่านสถานการณ์ก็ยิ่งขมวดปมให้น่าสนใจและบีบคั้นอารมณ์มากขึ้นเรื่อยๆ จากการ์ตูนที่ดูเป็นเรื่องราวหื่นๆ ไม่มีสาระกลับกลายเป็นหนึ่งในการ์ตูนไม่กี่เรื่องที่ผมไม่สามารถจับทางมันได้เลยว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป จากที่เหมือนจะเป็นการ์ตูนลามกเสื่อมๆ กลับกลายเป็นมีเนื้อหาสะท้อนสังคมและแฝงข้อคิดอย่างคาดไม่ถึง ซึ่งเรื่องราวเป็นอย่างไรผมคงไม่ขอสปอยล์ไปมากกว่านี้ อยากให้ลองอ่านกันดูเองมากกว่า
 
 
หัวใจสำคัญของเรื่องอยู่ที่ความมุ่งมั่นในการเปลี่ยนแปลงตนเองครับ ทั้งคุโรซาว่าและตัวละครเด่นๆ แทบทุกคนในเรื่องล้วนแต่มีปมด้อยหรือความผิดพลาดในอดีตทั้งสิ้น การก้าวข้ามความผิดบาปของตนเองเพื่อปลดแอกโซ่ตรวนที่พันธนาการตัวตนของเราไว้นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย จำเป็นต้องอาศัยจิตใจที่ตั้งมั่นในการกลับใจแก้ไข ยิ่งเป็นเรื่องที่เลวร้ายในสายตาคนทั่วไปด้วยแล้ว แรงเสียดทานจากภายนอกก็ยิ่งมากเป็นเงาตามตัว แม้มนุษย์เราจะไม่ได้เข้มแข็งขนาดที่สามารถทำในสิ่งที่ถูกต้องได้ตลอดเวลา แต่หากมีจิตใจที่แน่วแน่และได้รับโอกาสที่จริงใจจากคนรอบข้าง คนเราก็หาได้อ่อนแอจนไม่อาจจะปฏิวัติตัวเองได้เสียเลย
 
 
โลกนี้ไม่มีใครที่รู้ทุกเรื่อง ทำถูกทุกเรื่อง ต่างคนต่างมีสิ่งให้ผิดพลาดและเรียนรู้เรื่อยไปตราบที่ยังมีลมหายใจ สิ่งสำคัญจึงไม่ได้อยู่ที่การใช้ชีวิตให้ถูกอยู่ตลอดเวลา แต่อยู่ที่เมื่อพลาดไปแล้วก็ควรรู้จักยอมรับและแก้ไข รวมทั้งเปิดใจที่จะให้โอกาสคนเคยผิดพลั้งให้เขามีที่ยืนในสังคมบ้าง เพราะใครจะรู้ว่าวันนึงเราอาจเป็นคนที่ต้องการโอกาสนั้นเสียเองก็เป็นได้...
 

Comment

Comment:

Tweet

#12 By (8.37.225.121|27.55.221.43, 8.37.225.121) on 2015-02-12 04:52

เป็นมังงะที่อ่านจบแล้วน้ำตาไหลเลยค่ะ
ซึ้งดีค่ะ แต่หักมุมไปหน่อย

#11 By AmaneMika on 2013-09-01 23:24

เอ่อ ตกลงว่าเรื่องนี้มันจบรึยังครับเนี่ย งงๆ

#10 By mangtode (103.7.57.18|110.169.154.194) on 2012-08-24 04:16

อ่านแรกผมฮานะ 
แต่อ่านไปเรื่อยๆ แล้วจะรู้ว่า เรื่องนี้แหล่ะให้ข้อคิดมากเลย ใครที่คิดว่าตอนแรกๆแล้วจะตีว่าเรื่องนี้มันเสือม ขอบอกคำเดียวว่าคิดผิด ลองอ่านไปเรื่อยครับ เป็นกำลังใจให้ 555

#9 By solomon (103.7.57.18|203.158.176.251) on 2012-06-19 05:53

เป็นเรื่องที่ รอตอนต่อไปได้ทรมานมาก
ใจคิดทุกนาทีว่ามันมาหรือยังหว่า

#8 By hanamibe1 (103.7.57.18|171.99.98.252) on 2012-05-31 16:29

เรื่องเป็นการ์ตูนไม่เกิน50ตอนที่สุดยอดที่สุดเลยก็ว่าได้

#7 By saffron (103.7.57.18|223.207.70.239) on 2012-05-01 03:08

เจ๋งดีว่ะ 555

#6 By domemy (101.51.213.205) on 2012-04-16 19:54

อ่านบทนำแล้ว น่าดู จริงๆ

#5 By JJ (124.120.184.91) on 2012-02-26 00:34

สำหรับเรื่องนี้ผมอ่านจบทั้งมังทั้งนิยายแล้วคิดคำจำกัดความเอาไว้ว่า...

"มังที่เริ่มได้เสื่อม ครุกรุ่นด้วยความมืดหม่น และจบลงด้วยความอบอุ่น"

#4 By LondaBell on 2012-02-25 00:34

ตอนแรกที่อ่านนี่ก็นึกว่าเป็นการ์ตูนชีวิตนักเรียนมัธยมคนนึง อาจจะตลกๆหื่นๆบ้าง เนื้อเรื่องน่าติดตามมาก
แต่พออ่านไปจนจบนี่แบบ...ไม่คิดว่ามันจะดราม่าและได้ข้อคิดขนาดนี้ รู้สึกเลยว่า คนเรามีทั้งด้านดีและด้านมืด

#3 By kkk (171.5.93.9) on 2012-02-23 17:40

ต้องก้าวข้ามอคติไปให้ได้ก่อนครับ 55 sad smile

#2 By neooak on 2012-02-22 22:37

เคยอ่านตอนแรก ๆ นะ แล้วก็เลิกอ่าน พระเอกโรคจิตมากรับไม่ได้ เพิ่งรู้ว่าถ้าอ่านต่ออาจจะเจออะไรดี ๆ ก็ได้มั้ง แต่แบบ คงไม่อ่านต่ออ่ะ

#1 By แพนด้ากี้ on 2012-02-22 22:35